[AS] Catch the monster

posted on 31 Jul 2013 23:42 by narintr in AS directory Fiction, Cartoon
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

[Event#3]Catch the monster

 
 
 
Charlie  Vane  1A #1131
 
Kiyomizu  Kiyo  1A #1010
 
 
 
 
 
 

“โอ๊ะ ว่าไงชาร์ลีคุง”

เสียงร้องทักดังขึ้น จังหวะก้าวเดินสม่ำเสมอหยุดชะงัก  หันไปก็เจอคิโยะยืนโบกมือเรียกจนสุดแขน 

กำลังทำหน้าตาจริงจังอยู่ด้วย... “ไปจับสัตว์ประหลาดกันเถอะ!!”

 

ใช้เวลาครู่เดียวก็นึกได้...

 

สัตว์ทดลองของโรงเรียนหลุดออกมา เพราะฝีมือคนร้ายมือดีบางคน... และก็มีคำสั่งลงมาแทบจะในทันที คำสั่งให้นักเรียน

ช่วยกันจับเป็นกลับมา

 

จับเป็น...ก็ฟังดูดีครับ แต่ควบคุมตัวเองยากกว่าจับตาย  แบบนี้คงได้แผลเพียบ

 

หลังจากตกลงไปจับสัตว์เลี้ยงแสนรักของโรงเรียนกับคิโยะ  พวกเราก็ไปเตรียมของที่จำเป็นในการล่าที่ห้องพยาบาล นึกๆ

ดูแล้ว เราสองคนแทบไม่มีใครใช้อาวุธที่เหมาะจะสู้กับเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวนี้เท่าไหร่

 

 

‘ จุดเด่นด้านความอึดถึด เป็นการตัดต่อระหว่างหมี กระต่าย และเม่น  จะเริ่มโจมตีเมื่อรู้สึกหวาดระแวง และหากมันพองขน

เมื่อไหร่ มันจะมีการป้องกันที่มากขึ้น  ตัวใหญ่ ผิวหนา ขนาดตัววัดจากพื้นตอนยืนสี่ขาถึงขนคือ 170 cm ’

 

หมีกระต่ายเม่น?  ชักอยากเห็นตัวเป็นๆซะแล้วสิ

 

เดี๋ยวครับ คิโยะ...นั่นมัน...

 

“....เราก็ต้องหาทางที่ทำให้เปลืองแรงน้อยที่สุดล่ะนะ..นายมองความสูงมันกับความสูงฉันสิ....”

 

เป็นคำอธิบายเกี่ยวกับการลักลอบฉ้อโกงของรัฐของหลวงของนักเรียนประจำห้องพยาบาลนามว่าคิโยะ ที่กำลังกวาด

ยาสลบหลายโดสลงกระเป๋าเป้อย่างสบายอารมณ์  ถึงจะเป็นคนดูแลที่นี่ แต่ทำแบบนั้นมันจะดีแน่เหรอครับรุ่นพี่

 

“แล้วนายเบิกได้เหรอของสำคัญแบบนั้น?

 

“น่าๆ ใช่ไม่เยอะหรอกๆ เดี๋ยวซื้อคืนให้น่า..”

 

เดี๋ยวครับ...อย่าบอกนะว่ายังไม่ล้มเลิกแผนที่เคยพูดเล่นกันไว้?

 

ตอนที่เพิ่งได้รับทราบคำสั่ง ผมกับคิโยะเคยพูดกันเล่นๆเรื่องแผนที่จะใช้จับหมีกระต่ายเม่นตัวนี้  คิโยะบอกว่าควรจะใช้อาหารล่อ อาหารที่เขาว่าคือ แครอทกับน้ำผึ้ง กระต่ายชอบแครอท หมีชอบน้ำผึ้ง ส่วนเม่น...คิโยะบอกว่าขี้เกียจหาข้อมูล

 

ตอนแรกนึกว่าแค่คุยเล่นๆซะอีก ไหงเป็นแบบนี้ได้ครับ...

 

พอเลิกคิดเรื่องค่าใช้จ่ายของคิโยะได้  ผมก็ลองถามว่าต้องเอาอะไรไปอีกไหม

 

“ก็ไม่ได้ใช้เยอะขนาดนั้นหรอกน่า.... อ๊ะ นายก็แค่ใช้ใบหน้าและจิตใจที่เป็นมิตรก็พอแล้วล่ะ...”

 

ก็รู้สึกดีใจที่ถูกชมว่าจิตใจดีอยู่หรอก  แต่สีหน้าจริงจังแบบนั้นหมายความว่าไงครับ...

 

ได้ยินแบบนั้นแล้วความดันพาลจะลดฮวบ เอาเถอะ...ตอนนี้ในกระเป๋าคาดเอว ก็มีสนับเข่าที่พกติดตัวตลอดอยู่  เผื่อได้ใช้มากกว่าหน้าตากับจิตใจขึ้นมาจะได้อุ่นใจบ้าง “ฉันมั่นใจว่านาย(น่าจะ)รอดแน่ๆน่า....” คิโยะย้ำอีกรอบถึงความปลอดภัยในชีวิต(ผม)  ขอบคุณครับ

 

สายตาผมสะดุดเข้ากับรอยข่วนบนโคนต้นไม้  พอลูบเชคดูก็พบว่าลึกพอสมควร  เลยเรียกคิโยะมาดูด้วยกัน ก่อนจะได้สรุปว่าเป็นรอยเล็บหรืออะไร คิโยะก็เปิดเป้ล้วงกระปุกน้ำผึ้งกับแครอทออกมาเริ่มแผนการ  ผมขยับตัวไปแบ่งแครอทมาจำนวนหนึ่งจากคิโยะ  

หลังจากเพียรพยายามเอาแครอทจุ่มๆปาดๆน้ำผึ้งในกระปุกอยู่พักหนึ่ง  ความอดทนผมก็เริ่มน้อยลง 

ขยับตัวไปเอากระปุกน้ำผึ้งจากคิโยะมาเทราดมันซะเลย  ง่ายชะมัด  ฮ่าๆ

 

จะรอแบบนี้เรื่อยๆเหรอเนี่ย  มันจะน่าเบื่อไปไหมนะ

 

“ก็ต้องตามหามันแหละนะ..รอเฉยๆน่าเบื่อจะตาย”  คิโยะตอบก่อนจะใส่ถุงมือรอ  “เอาเป็นว่าทำหน้าใสๆล่อมันไว้นะ เดี๋ยวฉันจะหาจังหวะฉีดยาสลบ” แล้วไอ้ทำหน้าใสๆนี่มันทำยังไงครับ

 

พอเห็นคิโยะเตรียมตัว ผมก็ควานเอาสนับเข่ามาใส่เตรียมไว้บ้าง  จริงๆมันคงไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากกันข้อเคล็ดข้อกระแทก  ดีที่ไม่ได้ใส่ชุดเครื่องแบบเต็มตัวมา  ไม่งั้นคงใช้เวลาจัดการกับสนับเข่านานกว่านี้

 

ขณะที่กำลังสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง  คิโยะก็สะกิดแล้วกระซิบเสียงเครียด “คิดว่าใช่รึเปล่าน่ะ...”

 

ผมเลยเขย่งตัวดูตาม แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากต้นไม้ เลยก้มตัวลงไปใส่สนับเข่าอีกข้างต่อ

 

คิโยะพึมพำว่าตัวเองหูแว่วไป ก่อนจะเดินออกไป  ผมเดินตามออกไป

 

“เหมือนจะเห็นหูมันล่ะ..” ว่าแล้วคิโยะก็บกมือทำเป็นหูกระต่ายขยับๆ ...นึกถึงคาลอส น้องชายแท้ที่ชอบทำตัวแอ๊บแบ๊วเป็นสาวน้อยขึ้นมาเลย  “ยังไงนายก็เข้าไปก่อนเลย”

 

“แน่ใจนะ..มันเคลื่อนไหวไม่ค่อยเร็วเท่าไหร่ ไม่น่ามีปัญหา จริงมั้ย?”

 

“อา ไม่เร็วหรอก...แต่ถึกมาก แต่ถ้าเราไม่ทำให้มันตื่นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแหละ....”

 

“เรื่องถึกนี่ไม่เกี่ยง อย่าเบี่ยงตัวมาทับก็พอ  ไปละ”  แล้วเราก็แยกย้าย  คิโยะเลือกซุ่มตัวอยู่ด้านหลัง  ส่วนผมเดินไป

เผชิญหน้ากับหมีเม่น

 

...อืม เอาไงดีหนอ พอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าคาดเอว  ปลายนิ้วก็สะดุดกับแครอทเยิ้มๆ...  ต้องใช้ไอ้นี่ล่าสัตว์ทดลองสุดถึกนี่จริงเหรอครับ  ก็อยากถามอีกรอบเพื่อความแน่ใจ  แต่ก็ได้แค่ถามในใจ  ผมชั่งใจอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจโยนไปตกหน้าหมีเม่นกระต่ายพอดิบพอดี

 

น่าแปลกใจที่คิโยะคาดเดาถูก  เจ้าหมี(ขอเรียกแค่นี้แล้วกันครับ)ก็เดินมาติดกับอย่างง่ายดาย...  ง่ายดายเกินไปไหมครับ...

 

พอเห็นไม่มีอะไรน่ากังวล  ด้านหลังเองคิโยะก็ออกจากที่ซ่อนแล้ว  ผมก็เดินเข้าไปใกล้ช้าๆ  เจ้าหมีดูจะเมินผมไปเลย  ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี  อีกไม่กี่เมตรภารกิจนี้ก็จบแล้ว  ผมเริ่มก้าวเท้าถี่ขึ้นแต่ยังคงเงียบเชียบ  และในตอนที่กำลังจะจบเรื่องทุกอย่างลง

 

‘แกร๊บ’

 

เหมือนเดินเหยียบกับระเบิด  ถึงจะเทียบความรู้สึกกันไม่ได้  เพราะที่ผมเพิ่งเหยียบลงไปเต็มๆคงจะเป็นกิ่งไม้แห้งเล็กๆ... 

กิ่งไม้เล็กๆที่คงจะหักร่วงจากต้นไม้ซักต้นแถวนี้  แต่พอเห็นชัดๆว่าไม่ใช่กิ่งไม้เล็กๆ  ชิ้นส่วนสีส้มคุ้นตาที่โดดเด่นอยู่กลางพื้นดินทับถมกับเศษใบไม้ ...เศษแครอทชิ้นเล็กๆ

 

ไม่ใช่แค่เหยียบกับระเบิด แต่เป็นระเบิดพลีชีพเลยต่างหาก

 

สติกลับมาอีกครั้งตอนที่คิโยะพุ่งมารวบตัวผมถอยหนีให้ไกลจากหมีเม่นกระต่าย  ผมมองคิโยะนิ่งๆ  “..เกิดมายังไม่เคยถูกผู้ชายที่ตัวเล็กกว่าอุ้มเลย”

 

เจ้าหมีกู้ร้องโฮกดังลั่น

 

...ฉันเข้าใจน่า อารมณ์ที่ถูกคนอื่นทำหยาบคายกับอาหารต่อหน้าต่อตามันเป็นยังไง

 

ผมตั้งหลักใหม่อีกครั้ง  ทันทีที่เรียกสติกลับคืนมาได้ครบแล้ว  ก็พุ่งตัวออกไปหลบอยู่หลังต้นไม้ไม่ไกลจากเจ้าหมีนัก พร้อมโยนแครอทเยิ้มๆไปที่โคนต้นไม้ที่แอบอยู่  ใช้แผนเดิมนี่แหละ

 

เจ้าหมีเดินมาติดกับเช่นเดิม  แต่คราวนี้เหมือนมันจะรู้ทัน

 

มันพุ่งชนต้นไม้ที่ผมแอบอยู่ด้านหลังอย่างแรง  ผมโดดออกมาทันที  คิโยะที่ซ่อนตัวรออยู่แล้วรีบพุ่งเข้ามาแล้วปักเข็มยาสลบที่...ก้นของเจ้าหมี  ก่อนจะรั้งขามันไว้ไม่ให้หนีได้  ...สงสัยมันจะได้กลิ่นอาหารที่เหลือในกระเป๋าคาดเอวเลยพุ่งมา  คิโยะรีบตะโกนให้เอาแครอทโยนออกไปให้หมด  ผมทำตามทันที

 

แล้วผมกับคิโยะก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง  เมื่อเจ้าหมีเดินมาที่ผมด้วยท่าทางเชื่องๆ...

 

“ดูเหมือนมันจะชอบนายแฮะ...”  ขอบคุณครับ

 

คิโยะบอกให้ผมเล่นกับมันไปก่อน  เป็นการรอเวลาให้ยาสลบออกฤทธิ์  เรามองท่าทางเชื่องๆผิดปกติกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ซักพัก  เจ้าหมีก็เริ่มเซ  คิโยะพุ่งตัวออกไปแบกมันไว้ทันที  ผมมองเจ้าหมีที่ตัวลอยเหนือคิโยะเงียบๆ  บางทีก็สงสัยว่าทำไมตัวเล็กๆอย่างคิโยะถึงได้มีพลังกายเยอะอะไรขนาดนั้น...

 

เหมือนเจ้าหมีจะยังไม่ได้หลับสนิท  มันยกขาหน้าโบกไปมาเหมือนคว้าอากาศ  เกือบโดนช่วงลำตัวคิโยะไปหลายครั้ง  แต่ไม่มีบาดแผลมากอย่างที่คิด  มีเพียงรอยข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

 

ผมพุ่งตัวออกไปจะรับเจ้าหมีไว้แทน  แต่ไม่ทัน  คงต้องโทษที่ผมพุ่งตัวไปไม่เร็วเท่าใจคิด  เจ้าหมีโดดลงพื้นก่อนจะหันมาพุ่งตัวใส่ผมทันที  ผมยกแขนขึ้นตั้งการ์ดต้านแรงที่เจ้าหมีโถมน้ำหนักตัวดันเข้ามาเรื่อยๆ  คิโยะสบถเล็กน้อยก่อนจะเข้ามายื้อขาเจ้าหมีไว้  แต่ก็โดนเจ้าหมีเตะสลัดออกกระเด็นไปไกล

 

ท่าทางไม่ดีแล้ว

 

ผมคลายแขนที่ตั้งการ์ดลง  โดดถอยออกมา เจ้าหมีสะบัดตัวสองสามทีก่อนจะหันกลับไปทางคิโยะที่หมอบอยู่ด้านหลัง ด้วยความกลัวว่าคิโยะอาจจะตั้งตัวไม่ทัน  และอาจโดนมันซ้ำอีกรอบ ผมรีบโดดไปขวางเจ้าหมีไว้ก่อนที่มันจะทำอะไร  มันทำท่ายังลังเลไม่เข้ามาในทันที  พอได้ยินเสียงคิโยะพึมพำว่าไม่เป็นไร ก็โล่งใจไปนิด  แต่ก็ยังวางใจไม่ได้

 

“ทำให้มันสลบไปเลยดีมั้ย จะได้ไม่ต้องโดนฝากแผลไว้อีก”

 

“นั้นสินะ...แค่ไม่ตายและไม่ช้ำมากก็ถือเป็นโอเค....”  คิโยะหักนิ้วดังกร๊อบแกร๊บเบาๆ  คิโยะเอ๋ย...หน้าตานายตอนนี้น่ากลัวยิ่งกว่าตอนเจ้าหมีเตะนายอีกครับ

 

ในตอนที่ผมกำลังขำกับท่าทางเอาเรื่องของคิโยะ  เจ้าหมีก็โจนเข้าใส่คิโยะอย่างรวดเร็ว  คิโยะไม่ทันตั้งตัวแม้แต่จะตั้งการ์ดรับ  แต่ยังดีที่ยกมือขึ้นยันได้ทันหวุดหวิด  ก่อนเจ้าตัวแหวใส่เจ้าหมีไม่หยุด  “โหยๆๆๆ...เอะอะก็จะชนอย่างเดียวรึไงเนี่ย เป็นหมีหรือกระทิงเนี่ย!!!!”

 

“หมีเม่นกระต่ายครับ”  มันเป็นเรื่องจริงครับ

 

ก่อนที่คิโยะจะต้านแรงเจ้าหมีไม่ไหว  ผมตัดสินใจถีบเข้าที่ลำตัวเจ้าหมี   มันกระเด็นออกไปจากตัวคิโยะก่อนจะขยับตัวเข้ามาพร้อมกางกรงเล็บที่แหลมคม  ด้วยความไวพอกัน ผมยกขาขึ้นเตะรับกรงเล็บที่เกือบจะสร้างแผลให้ตัวเองทันที “คงต้องเด็ดขาดแล้วมั้งครับ?”

 

“ก็ว่างั้นแหละ...”  แล้วคิโยะก็วิ่งลอดเข้าไปใต้ตัวหมี  แล้วพลิกตัวมันโยนออกไป  เกิดเสียงดังเล็กน้อยพร้อมแรงสั่นสะเทือนที่พื้น  คิโยะกับผมสำรวจดูเจ้าหมีอีกครั้ง  แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันจะฟื้นขึ้นมาอาละวาดอีกเมื่อไหร่  คิโยะเลยเสนอให้เอามันไปเก็บไว้ก่อน

 

 “จัดการให้เรียบร้อยเลยดีกว่าครับ เดี๋ยวตื่นมาฟาดงวงฟาดงาอีก..ว่าแต่ไม่มีงวงกับงานี่นะ?”

 

“ฮะๆ มุขนายนี้ไม่ได้เรื่องเลยนะ...”  ทำไงได้ละครับ  มันติดเป็นนิสัยซะแล้ว

 

หลังจากนั้นเจ้าหมีก็ตื่นมาอาละวาดอีกรอบหนึ่ง จนคิโยะเกือบจะถึงมือหมอเพราะมือหมี สุดท้ายเราก็ช่วยกันแบกเจ้าหมีไปกองไว้ที่หน้าห้องของท่านผอ.ได้สำเร็จ  ถึงจะช่วยกันแบก แต่คนที่ออกแรงเยอะกว่าน่าจะเป็นคิโยะ  พอมานึกดูแล้วน้ำหนักเจ้าหมีก็ไม่ใช่น้อยๆเลย  แต่คิโยะก็ยังแบกสบายๆ

 

‘หนักกว่าตู้เย็นอีก....’ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง...

 

นายคงเป็นแชมป์เก่า WWE สินะครับ?

 
 
 
 
 
 
ฮว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาากส์
 
 
 
เกือบไม่ทัน....
 
หรือไม่ทันนะ.....
 
ไม่เป็นไร...
 
ไม่ทันก็ได้
 
ฮรึก
 
 
ขอส่งแบบเผาๆรวบรัดตัดตอนไปก่อนนะคะ....
 
พรุ่งนี้จขบ.ต้องออกเดินทางไปแสวงโชค....
 
 
 
 
 
 
สัญญาว่าจะกลับมาอัพรูปนะฮร๊า-------.
 
 
 
 
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ ขอบคุณจากใจเลย
 
 
เพราะเขียนสดมาก... สี่ชม. /ฮึก
 
 
 
 
 
 
ขนาดสี่ชม.ยังได้แค่นี้... /ฮรึก
 
ขอบคุณ @watercool ที่ยินยอมพร้อมใจรับบทบาทเสื่อมๆไปด้วยกัน ๕๕๕
 
เป็นการโรลที่ฮาแบบผิดสถานการณ์มาก Embarassed ๕๕๕๕
 
 
 
 
 
 
แล้วเจอกันเร็วๆนี้ค่ะ!!
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ยาวแถะ... สมกับ4ชม.แล้ว= ="b+ /ไว้มาอ่านต่อ555

#1 By Ryuichi on 2013-08-24 14:38